บทที่ 1 อย่าดิ้น

แฟ้มเอกสารปกหนังถูกโยนโครมลงกลางโต๊ะกระจกเสียงดังปัง ทำเอาเสียงกระซิบกระซาบในห้องประชุมเงียบลงทันที

"กดราคาต่ำกว่าตลาดตั้งสามสิบเปอร์เซ็นต์..." มิรากวาดสายตาคมกริบมองกลุ่มตัวแทนต่างชาติฝั่งตรงข้าม เรียวนิ้วแต้มสีนู้ดเคาะพนักเก้าอี้เบาๆ "นี่พวกคุณมายื่นข้อเสนอ หรือว่าจะมาปล้นกันแน่คะ?"

"คุณมิราครับ สถานการณ์ของอรรถศิขรคอร์ปตอนนี้..." ตัวแทนฝรั่งวัยกลางคนพยายามคุมเสียงให้ดูเหนือกว่า "ใครๆ ก็รู้ว่าหุ้นกำลังดิ่ง ผมว่ารับข้อเสนอนี้ไป น่าจะเจ็บตัวน้อยสุดแล้วนะ"

"เจ็บน้อยที่สุดสำหรับพวกคุณน่ะสิคะ" หญิงสาวสวนทันควัน รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นบนริมฝีปากเคลือบสีแดงสด "อรรถศิขรไม่ได้ขาดสภาพคล่อง เราแค่โดนใส่ร้ายด้วยข่าวลือโง่ๆ ถ้าคิดจะฉวยโอกาสนี้มาฮุบสัมปทานเหมืองในเอเชียใต้ล่ะก็... กลับไปบอกเจ้านายคุณนะคะ ว่ามิรา อรรถศิขร ไม่ขายแม้แต่ตารางนิ้วเดียว... ปิดการประชุมค่ะ"

เธอผลักเก้าอี้ลุกพรวดโดยไม่สนใจใครทั้งนั้น ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของบอร์ดบริหาร 

ร่างระหงหมุนตัวเดินออกจากห้อง เสียงส้นสูงกระทบพื้นพรมดังเป็นจังหวะหนักแน่น บ่งบอกถึงความเด็ดขาดที่ไม่มีใครกล้าขวาง

ทันทีที่พ้นประตูห้องประชุม มือถือในกระเป๋าสูทก็สั่นครืดขึ้นมา มิราล้วงมันขึ้นมาดู ก่อนจะเลิกคิ้วเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ

"คุณพ่อเหรอ? ร้อยวันพันปีไม่เคยวิดีโอคอลเวลางาน" เธอพึมพำยิ้มๆ ก่อนกดรับ "ว่าไงคะท่านประธาน"

"มิรา..."

เสียงของวรเมธแหบพร่าและขาดห้วง หญิงสาวชะงัก รอยยิ้มจางหายไปทันที "พ่อคะ? ทำไมเสียงสั่นๆ... มีเรื่องอะไรรึเปล่าคะพ่อ?"

"ลูกอยู่ไหน?"

"หน้าห้องประชุมชั้นสี่สิบห้าค่ะ กำลังจะลงไปลานจอดรถ"

"ฟังพ่อนะมิรา" น้ำเสียงปลายสายเครียดขึ้นมาจนคนฟังใจคอไม่ดี "ยกเลิกนัดดินเนอร์คืนนี้ให้หมด ห้ามแวะที่ไหนเด็ดขาด เรียกการ์ดมาเพิ่มแล้วตรงกลับคอนโดทันที... เข้าใจที่พ่อพูดไหม?"

"เดี๋ยวสิคะพ่อ พูดแบบนี้มิราใจคอไม่ดีนะ มีเรื่องอะไรที่มิรายังไม่รู้?"

"พ่อไม่มีเวลาอธิบาย จำไว้แค่อย่างเดียว... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามเชื่อใจใครนอกจากอังคาน"

ติ๊ด

สายถูกตัดไปดื้อๆ มิราลดมือถือลง มองหน้าจอที่ดับมืดด้วยความรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง เธอสูดลมหายใจลึก รวบรวมสติที่เพิ่งกระเจิง แล้วเร่งฝีเท้าตรงไปที่ลิฟต์ผู้บริหารทันที

ลานจอดรถ VIP ชั้น B3 เงียบเชียบผิดปกติ ไฟนีออนบนเพดานกะพริบติดๆ ดับๆ อยู่ตรงสุดทางเดิน

อังคาน บอดี้การ์ดหนุ่มในชุดสูทสีเข้มยืนสแตนด์บายอยู่ข้างรถยุโรปคันหรู เขายืดตัวตรงทันทีที่เห็นเจ้านายสาวก้าวออกจากลิฟต์ แต่สัญชาตญาณอดีตหน่วยรบพิเศษทำให้เขาจับสังเกตสีหน้าเคร่งเครียดของเธอได้แทบจะในทันที

"คุณมิรา... มีอะไรรึเปล่าครับ?" อังคานถาม เสียงทุ้มแฝงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้น้ำเสียงราบเรียบ

"คุณพ่อโทรมา สั่งให้กลับคอนโดเดี๋ยวนี้" เธอตอบสั้นๆ

อังคานพยักหน้ารับ เขากำลังจะเอื้อมมือไปเปิดประตูรถ แต่แล้วสายตาคมกริบก็ตวัดข้ามไหล่หญิงสาวไปมองเงามืดมุมเสา 

รถตู้สีดำทึบสองคันจอดดับเครื่องซุ่มอยู่... ป้ายทะเบียนขาวล้วนบ่งบอกว่าไม่มีทางเป็นรถของบริษัท และที่สำคัญ หัวรถหันจ่อเตรียมพุ่งออกทุกเมื่อ

"คุณมิรา" อังคานกดเสียงต่ำจนแทบเป็นเสียงกระซิบ มือขวาเลื่อนไปแตะด้ามปืนที่เอวโดยอัตโนมัติ "อย่าหันกลับไปมอง ถอยหลังกลับเข้าลิฟต์... ช้าๆ ครับ"

มิราไม่ใช่ผู้หญิงหัวอ่อนที่ต้องให้สั่งซ้ำ สัญชาตญาณร้องเตือนถึงอันตรายจากแววตาของบอดี้การ์ดหนุ่ม หญิงสาวค่อยๆ ก้าวถอยหลัง แต่ยังไม่ทันที่แผ่นหลังจะก้าวพ้นบานประตูลิฟต์...

เอี๊ยดดดด!

เสียงยางบดพื้นซีเมนต์ดังสนั่น ลำแสงไฟหน้ารถตู้สาดวาบเข้ามากระแทกตา รถคันแรกพุ่งทะยานเข้ามาปาดหน้าลิฟต์ ขณะที่อีกคันพุ่งมาอุดท้ายรถของเธอ ปิดตายทางหนีทุกเส้นทาง

ประตูรถตู้เลื่อนเปิดกว้างอย่างเร็ว ชายฉกรรจ์ชุดดำสวมไอ้โม่งพร้อมปืนกลมือกระโจนลงมาห้าคน

"หมอบลง!!" อังคานตะโกนสุดเสียง

เขากระชากแขนมิราเหวี่ยงหลบหลังเสาคอนกรีต ก่อนจะชักปืนพกคู่ใจสาดกระสุนสวนกลับไปแทบจะในวินาทีเดียวกัน

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงปืนดังกึกก้องลานจอดรถ กระจกแตกกระจายเกลื่อนพื้น ชายชุดดำคนแรกทรุดฮวบลงไป แต่อีกสี่คนที่เหลือกระจายกำลังบุกเข้าตีวงล้อม 

อังคานงัดทักษะการต่อสู้ระยะประชิดออกมาใช้ เขาพุ่งเข้าเตะอัดข้อพับคนร้ายที่ถลันเข้ามาใกล้สุด แย่งปืนมาได้ก็ซัดด้ามปืนกระแทกขมับมันจนสลบเหมือด

"ไปที่บันไดหนีไฟ! วิ่ง!!" อังคานตะโกนสั่งพร้อมยิงกดหัวพวกมันไว้

มิราไม่มีเวลามากรีดร้อง รีบสะบัดรองเท้าส้นสูงทิ้ง วิ่งเท้าเปล่าลัดเลาะไปตามแนวรถ หัวใจเต้นกระหน่ำจนปวดร้าวไปทั้งอก สายตาจดจ่ออยู่แค่ประตูเหล็กสีแดงที่มีป้าย 'EXIT' เรืองแสงอยู่ห่างออกไปไม่ถึงยี่สิบเมตร

มือเรียวเอื้อมไปแตะแถบผลักประตู...

พลั่ก!

บานประตูถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงจากฝั่งตรงข้าม ร่างทะมึนของชายชุดดำอีกสองคนโผล่พรวดเข้ามาขวางทาง มิราเบิกตากว้าง พยายามจะหมุนตัววิ่งหนีกลับไปทางเดิม แต่ช้าเกินไป!

ท่อนแขนแข็งแรงล็อกเข้าที่ลำคอของเธอจากด้านหลัง หญิงสาวดิ้นรนสุดชีวิต เล็บจิกข่วนท่อนแขนนั้นสุดแรงเกิด แต่เรี่ยวแรงของผู้หญิงตัวเล็กๆ ไม่มีทางสู้แรงผู้ชายที่ถูกฝึกมาอย่างดีได้เลย

"อังคาน!" เธอพยายามตะโกน แต่น้ำเสียงที่หลุดออกมามีเพียงเสียงเค้นเครือในลำคอ

ท่ามกลางความชุลมุน ภาพสุดท้ายที่มิรามองเห็นผ่านช่องว่างระหว่างรถ คือร่างของอังคานที่ถูกท้ายปืนฟาดเข้าที่ท้ายทอยอย่างแรง ร่างสูงทรุดฮวบลงไปจมกองเลือดบนพื้น เขาพยายามจะตะเกียกตะกายลุกขึ้นและเอื้อมมือมาทางเธอ แต่กลับถูกฝ่าเท้าหนักๆ ของพวกมันกระทืบซ้ำจนนิ่งสนิท

"เลิกดิ้น!" เสียงแหบพร่าของไอ้โม่งที่ล็อกตัวเธอตวาดลั่น ก่อนที่ความเจ็บจี๊ดจะแล่นปลาบเข้าที่ซอกคอ

เข็มฉีดยา...

ของเหลวเย็นเฉียบถูกฉีดอัดเข้าเส้นเลือด มิรารู้สึกถึงความชาหนึบที่แล่นพล่านไปทั่วร่างอย่างรวดเร็ว แขนขาพาลหมดเรี่ยวแรง เปลือกตาหนักอึ้ง ภาพตรงหน้าเริ่มบิดเบี้ยวและเลือนรางลง

ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะดับวูบจมดิ่งสู่ความมืดมิด เธอได้ยินเสียงทุ้มเหี้ยมของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นเหนือหัว

"ได้ตัวลูกสาวอรรถศิขรแล้ว... เตรียมพาตัวไปหาชีคอาดิล"

บทถัดไป